Multiple sclerosis โรคทางระบบประสาทส่วนกลาง
สาเหตุของการเกิดอาการป่วยยังไม่ทราบ และยังคงเป็นปริศนาดำมืดมาจนทุกวันนี้ อาการป่วยอาจเกิดจากการติดเชื้อจากสาเหตุหลายประการ (เช่น เชื้อไวรัส) ที่ติดต่อในระหว่างที่ยังเป็นเด็กหรือเริ่มจะเป็นวัยรุ่น
โรคทางระบบประสาทส่วนกลางที่รักษาไม่หาย
MS เป็นโรคที่มีอาการอักเสบเรื้อรัง รักษาไม่หาย และเป็นโรคของระบบประสาทส่วนกลางที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ และมีอาการแตกต่างกันออกไป อาการที่แสดงออกในเบื้องต้นจะรวมถึงความบกพร่องทางสายตา แขนและขาเป็นอัมพาต พูดไม่ชัด ไม่มีสมาธิ เหนื่อยง่าย และง่วงเหงาหาวนอน
MS เกิดขึ้นเมื่อองค์ประกอบที่ประสานกันอย่างลงตัวของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสูญเสียความสมดุล การลุกลามของโรคจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล อาการของโรคอาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งในรูปแบบที่ต่างกัน
แพทย์ได้จำแนกรูปแบบของ MS เป็นสามรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ของการเกิดโรคและ สภาพของคนไข้ในขณะนั้น ดังนี้ :
- อาการเป็น ๆ หาย ๆ (Relapsing-remitting) พบเห็นได้บ่อยที่สุดถึงร้อยละ 80 ของคนไข้ อาการจะปรากฏอย่างกะทันหัน และจะมีอาการต่อเนื่องประมาณ 2-3 วัน หรืออาจเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จากนั้นอาการจะบรรเทาลงมากบ้างน้อยบ้าง
- อาการลุกลามต่อเนื่องของโรคในขั้นที่สอง (Secondary progressive) คนไข้ถึงประมาณร้อยละ 50 ของอาการเป็น ๆ หาย จะมีการดำเนินของโรคสู่ระยะลุกลามต่อเนื่อง ภายในระยะเวลาสิบปี ในระหว่างที่เกิดการกำเริบ อาการจะยังไม่บรรเทาลง แต่จะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ
- การลุกลามของโรคตั้งแต่เริ่มต้น (Primary progression) ขั้นนี้เป็นขั้นที่เกิดยากที่สุดแต่จะร้ายแรงที่สุดเช่นกัน ซึ่งจะมีผลกระทบกับร้อยละประมาณ 10 ถึง 20 ของคนไข้ทั้งหมดที่เป็นโรค MS ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้ที่เริ่มเป็นเมื่อมีอายุมากแล้ว ไม่มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ แต่จะอยู่ในสภาพของร่างกายที่เสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเป็น
การบำบัดทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
ในปี พ.ศ. 2536 ตัวยาหลักในการรักษาได้รับการอนุมัติ ซึ่งสามารถป้องกันการลุกลามของโรคและมีผลในระยะยาว สามารถลดความถี่ของการกำเริบของโรค MS ลงได้ร้อยละ 30 โดยเฉลี่ย การกำเริบของโรคในคนไข้จะลดลงหนึ่งในสาม
ปัจจุบัน การพัฒนาส่วนประกอบที่ออกฤทธิ์ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนไข้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงสูตร หมายถึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปที่จะเก็บตัวยาที่ออกฤทธิ์ไว้ในตู้เย็น ทำให้คนไข้สะดวกขึ้น เครื่องช่วยในการฉีดยาอัตโนมัติเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ทำให้การใช้ยาประจำวันเป็นไปอย่างสะดวกและง่ายดายขึ้น
การมุ่งเน้นที่การวิจัย : การขยายความรู้ของเราออกไป
ในขณะที่นักวิจัยกำลังมองหาส่วนผสมตัวยาที่ออกฤทธิ์ใหม่ ๆ อยู่นั้น นักพัฒนาที่ไบเออร์ เชอร์ริ่ง ฟาร์ม่า กำลังปรับปรุงการบำบัดรักษาด้วยการนำตัวยาที่ออกฤทธิ์มาพัฒนาด้วยวิธีการทดลอง-และ-ทดสอบตัวยาที่ออกฤทธิ์ในแนวทางที่ต่าง ๆ กัน ผลการศึกษาที่สมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2548 ทำให้ทั้งแพทย์และคนไข้ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ คือ การบำบัดตั้งแต่เริ่มมีอาการครั้งแรก สามารถลดความเสี่ยงในการเกิด MS เต็มรูปแบบได้ร้อยละ 50 ในปัจจุบันการบำบัดจะยังไม่เริ่มต้นจนกว่าการตรวจวินิจฉัยโรค MS จะได้รับการยืนยันทางคลินิคเป็นต้นว่า หลังจากการกำเริบของโรคในครั้งที่สอง ด้วยผลการศึกษาเชิงบวกนี้ ทำให้ตัวยาสำคัญได้รับการขยายการรับรองการใช้และได้รับการอนุมัติการให้ใช้ส่วนประกอบที่ออกฤทธิ์ในยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา และในออสเตรเลีย
ในปลายปี พ.ศ. 2550 และต้นปี 2551 การศึกษาในระยะที่สองจะสิ้นสุดลงซึ่งควรที่จะระบุได้ว่าการให้ยาที่มีสารออกฤทธิ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจะช่วยในการยับยั้งความคืบหน้าของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เป็นการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทางการแพทย์ของโลกในการบำบัดรักษาโรค MS และเกี่ยวข้องกับคนไข้อีกประมาณ 2,100 คนทั่วโลก

